วงการรถ EV ไทยปี 2025 ได้บทเรียนราคาแพงจากกรณี NETA (บริษัทแม่ชื่อ Hozon New Energy Automobile หรือ Zhejiang Hozon) แบรนด์รถไฟฟ้าจีนที่เคยขายอันดับ 2 ของตลาด EV ไทย รองจาก BYD เท่านั้น — วันนี้กลายเป็นกรณีศึกษาเรื่อง “ความเสี่ยงระยะยาวของการซื้อรถจากแบรนด์ใหม่”
บทความนี้เรียบเรียงจากเอกสารศาลจีน ประกาศของสภาองค์กรของผู้บริโภค และรายงานข่าวที่ตรวจสอบได้ พร้อมชี้จุดที่ข้อมูลในโซเชียลคลาดเคลื่อนบ่อย
เข้าใจสถานะทางกฎหมายให้ถูกต้องก่อน
หลายคนพูดว่า “NETA เจ๊งแล้ว” ซึ่งไม่ตรงกับสถานะจริงทางกฎหมาย ความต่างนี้สำคัญมากต่อการเคลมประกันและอะไหล่:
| คำที่มักใช้ผิด | สถานะจริง |
|---|---|
| ”ปิดกิจการ / เจ๊ง” | ฟื้นฟูกิจการภายใต้การกำกับของศาล (Reorganization) — ไม่ใช่การชำระบัญชี บริษัทยังมีสภาพนิติบุคคล |
| ”NETA ยื่นล้มละลายเอง” | เจ้าหนี้ยื่นคำร้อง — Shanghai Yuxing Advertising ยื่นเรื่องค่าโฆษณาค้างชำระ 5.3 ล้านหยวน (~730,000 ดอลลาร์) |
| “ทุกอย่างจบแล้ว ไม่มีใครรับผิดชอบ” | มีผู้แสดงความสนใจร่วมลงทุนฟื้นฟู 47 ราย และมีการกลับมาเดินสายการผลิตบางส่วน |
| ”NETA ประเทศไทยล้มละลาย” | NETA Auto (Thailand) ยืนยันว่าตนไม่ได้ล้มละลาย — บริษัทแม่อยู่ในกระบวนการฟื้นฟูที่รัฐหนุน เพื่อหานักลงทุนและแปลงหนี้เป็นทุน |
เหตุใดจึงสำคัญ: ในกระบวนการฟื้นฟู สิทธิเรียกร้องของลูกค้าจะกลายเป็น “หนี้” ที่ต้องยื่นในกองทรัพย์สิน การมีเอกสารครบจึงมีค่าจริง ต่างจากกรณีชำระบัญชีที่มักไม่เหลืออะไรให้เคลม
ไทม์ไลน์ที่ตรวจสอบได้
13 พฤษภาคม 2025 — ศาลจีนรับคำร้องล้มละลาย
ศาลประชาชนชั้นกลางเมืองเจียซิง มณฑลเจ้อเจียง รับคำร้องจากเจ้าหนี้รายเล็ก (ค่าโฆษณางานแสดงรถค้างจ่าย 5.3 ล้านหยวน) — เป็นสัญญาณว่าสภาพคล่องหมดจริง เพราะหนี้ก้อนเล็กระดับนี้บริษัทที่ยังมีเงินสดย่อมจ่ายจบ
ช่วงเดียวกันมีข่าวลือหนาหูว่า Toyota จะเข้าซื้อสินทรัพย์ — ซึ่ง ไม่เกิดขึ้น สื่อจีนสายรถยนต์รายงานตรงข้ามว่า เส้นทางที่ NETA เดินจริงคือล้มละลาย ไม่ใช่การถูกซื้อ
12 มิถุนายน 2025 — เข้ากระบวนการฟื้นฟูอย่างเป็นทางการ
Hozon New Energy Automobile เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการตาม กฎหมายล้มละลายวิสาหกิจแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน มีการตั้งผู้ทำแผน (administrator) เพื่อหานักลงทุนเชิงยุทธศาสตร์
ขนาดของปัญหา: หนี้รวมเกิน 10,000 ล้านหยวน (~1,400 ล้านดอลลาร์) และยอดสิทธิเรียกร้องของเจ้าหนี้ที่ยื่นเข้ามาสูงกว่า 700 ล้านดอลลาร์
20 มิถุนายน 2025 — สภาผู้บริโภคขีดเส้นตาย
สภาองค์กรของผู้บริโภคขีดเส้นให้ NETA แก้ปัญหาให้ตรงจุดภายในวันดังกล่าว มิฉะนั้นจะเดินหน้าฟ้อง
7 กรกฎาคม 2025 — ประกาศฟ้องคดีแบบกลุ่ม
สภาองค์กรของผู้บริโภคประกาศดำเนินคดีแบบกลุ่ม (Class Action) แทนผู้บริโภคที่เสียหาย โดยเตรียมยื่นฟ้องในเดือนสิงหาคม 2025 — ประเด็นหลักคือรออะไหล่นานถึง 10 เดือน, รถยังไม่ได้ป้ายทะเบียนถาวร, ศูนย์บริการปิด และคำมั่นตามแคมเปญที่ไม่ได้ทำตาม
สิงหาคม 2025 — มีผู้สนใจร่วมฟื้นฟู 47 ราย
มีรายงานว่าผู้ทำแผนได้รับการแสดงเจตนาจาก 47 ราย และเริ่มกลับมาเดินการผลิตบางส่วน — ยังไม่ใช่การฟื้นตัว แต่ก็ไม่ใช่การปิดตายอย่างที่หลายคนเข้าใจ
ตัวเลขที่บอกเรื่องได้ชัดที่สุด: ยอดขายในไทย
| ปี | ยอดขายในไทย | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| 2022 | เริ่มทำตลาด | เข้าไทยครึ่งปีหลัง |
| 2023 | 12,777 คัน | อันดับ 2 ตลาด EV ไทย รองจาก BYD |
| 2024 | 7,900 คัน | เริ่มผลิตในไทย (โรงงานเดินสายผลิต 30 พ.ย. 2023) |
| ม.ค.-เม.ย. 2025 | 1,067 คัน | ลดลง 37.3% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน |
ยอดสะสม ณ พฤษภาคม 2025 อยู่ที่ราว 25,000 คัน — และมีรายงานว่าพนักงานในไทยถูกเลิกจ้างภายในเดือนพฤษภาคม 2025
ความรุนแรงอยู่ที่ อัตราการทรุด ไม่ใช่แค่ยอดที่ต่ำ: จากอันดับ 2 ของตลาดในปี 2023 เหลือระดับพันคันต่อสี่เดือนในปี 2025 — นี่คือเหตุที่ห่วงโซ่อะไหล่และเครือข่ายศูนย์บริการพังตามไปด้วย เพราะไม่มีปริมาณงานพอเลี้ยงตัวเอง
ผลกระทบต่อเจ้าของรถ NETA ในไทย
1. อะไหล่ — ปัญหาอันดับหนึ่ง
เคสที่ผู้บริโภคร้องเรียนมากที่สุดคือ รอกระจกบังลมหน้านานถึง 10 เดือน — ซึ่งฟังดูเป็นชิ้นส่วนธรรมดา แต่สะท้อนว่าท่ออะไหล่จากจีนตัน
| ชิ้นส่วน | สถานะที่ผู้ใช้รายงาน |
|---|---|
| กระจกบังลมหน้า | รอถึง 10 เดือน (เคสที่ร้องเรียนมากสุด) |
| ชิ้นส่วนตัวถัง / ไฟหน้า | สั่งพิเศษ ไม่มีกำหนดชัด |
| ECU / BMS | หายาก ต้องรอผู้ทำแผนจัดสรร |
| แบต 12V (AGM 45-60Ah) | หาเปลี่ยนได้ทั่วไป ไม่ต้องรออะไหล่ศูนย์ |
ข่าวดีข้อเดียวในเรื่องนี้: ชิ้นส่วนที่พังบ่อยที่สุดของรถ EV ทุกแบรนด์ — แบต 12V — ไม่ใช่อะไหล่เฉพาะรุ่น NETA V และ NETA X ใช้แบต AGM ขนาด 45-60Ah ที่หาได้ในไทย เปลี่ยนได้นอกศูนย์ ไม่ต้องรอจีน
2. ประกันแบตแรงดันสูง
- NETA V II: แบต LFP 36.1 kWh (รุ่นประกอบไทย)
- NETA X Comfort: 51.8 kWh LFP · NETA X Smart: 62 kWh
- ประกันแบตหลักตามเงื่อนไขเดิมคือ 8 ปี — แต่ผู้รับผิดชอบตามประกันคือนิติบุคคลที่อยู่ในกระบวนการฟื้นฟู ความสามารถในการทำตามสัญญาจึงขึ้นกับผลของแผนฟื้นฟูและนักลงทุนรายใหม่
- OTA / อัปเดต BMS: ควรถือว่าไม่มีการพัฒนาใหม่ในระยะนี้
3. ราคาขายต่อและสินเชื่อ
- ราคามือสองร่วงหนัก และเต็นท์รถหลายแห่งไม่กล้ารับซื้อเพราะประเมินความเสี่ยงอะไหล่ไม่ได้
- สถาบันการเงินหลายแห่งเข้มงวดกับสินเชื่อรถ NETA มือสองเป็นพิเศษ
- ราคาใหม่จากส่วนลดของแบรนด์เองก็กดราคามือสองซ้ำ — NETA V II เคยลดสูงสุดถึง ฿120,000 เหลือเริ่มต้น ฿429,000 (Lite) และ ฿459,000 (Smart)
ข้อควรระวังเรื่องตัวเลขที่แชร์กันในโซเชียล: มีการอ้างว่า NETA V II ถูกเทสต็อกเหลือ ฿274,000 — เราไม่พบราคาทางการที่ระดับนั้น ราคาส่วนลดที่ยืนยันได้คือ ฿429,000-459,000 ดีลรายคันจากดีลเลอร์ที่เร่งระบายสต็อกอาจต่ำกว่าได้ แต่อย่าใช้ตัวเลขที่ไม่มีที่มาเป็นฐานตีราคารถของตัวเอง
4. ฝั่งดีลเลอร์ก็เสียหาย
ดีลเลอร์ 18 ราย ยื่นเรื่องต่อกรมสรรพสามิต เรียกค่าเสียหายรวมกว่า 200 ล้านบาท จากค่าโชว์รูมและค่าสนับสนุนงานบริการหลังการขายที่ไม่ได้รับ — สำคัญต่อเจ้าของรถ เพราะเมื่อดีลเลอร์ขาดสภาพคล่อง ศูนย์บริการก็ปิดตาม แม้บริษัทแม่จะยังอยู่ในกระบวนการฟื้นฟู
6 ข้อที่เจ้าของ NETA ควรทำตั้งแต่วันนี้
ในฐานะทีมช่างที่ดูแลรถ NETA ในภูเก็ตจริง เราแนะนำตามลำดับความสำคัญ:
- รวบรวมเอกสารให้ครบและถ่ายสำเนาดิจิทัล — สัญญาซื้อขาย ใบรับประกัน ใบสั่งซ่อม ใบเสนอราคา หลักฐานแคมเปญ (เช่น Wall Charger ที่ยังไม่ได้ติดตั้ง) และภาพเลข VIN — ในกระบวนการฟื้นฟูและคดีแบบกลุ่ม เอกสารคือสิ่งเดียวที่ใช้ยืนยันสิทธิ
- เข้าร่วมการดำเนินคดีแบบกลุ่ม ผ่านสภาองค์กรของผู้บริโภค (สายด่วน 1502) — การรวมกลุ่มมีน้ำหนักกว่าการร้องเรียนเดี่ยว
- ดูแลแบต 12V เป็นลำดับแรก — เพราะเป็นจุดที่ทำให้รถ “จอดตาย เปิดประตูไม่ได้” บ่อยที่สุด และโชคดีที่เป็นชิ้นส่วนที่ยังหาเปลี่ยนได้ปกติ อย่ารอให้หมดสนิท
- อย่าปล่อยให้แบตแรงดันสูงเสื่อมเกินจำเป็น — หลีกเลี่ยงการชาร์จ DC เร็วทุกวันโดยไม่จำเป็น, จอดยาวให้ SOC อยู่ราว 50-60%, และเลี่ยงการปล่อยรถตากแดดจัดในภูเก็ตนานๆ เพราะถ้าต้องเปลี่ยนแบตหลักในอนาคต ซัพพลายคือปัญหา ไม่ใช่แค่ราคา
- เก็บอะไหล่สิ้นเปลืองที่มักหายากไว้ล่วงหน้า — ถ้ายังหาซื้อได้ในตอนนี้ เช่น ไส้กรองแอร์ ใบปัดน้ำฝน ผ้าเบรก
- หาอู่/ช่างที่รับดูแลได้จริงไว้ล่วงหน้า — อย่ารอถึงวันที่ศูนย์ปิดแล้วค่อยหา
บทเรียนสำหรับคนที่กำลังจะซื้อ EV
กรณี NETA ไม่ได้บอกว่า “รถจีนไม่ดี” — BYD และ MG ยังทำตลาดไทยได้แข็งแรง สิ่งที่มันบอกคือ ความเสี่ยงของแบรนด์อยู่แยกจากคุณภาพตัวรถ และควรถูกประเมินก่อนซื้อ:
- ดูฐานะบริษัทแม่ ไม่ใช่แค่สเปกรถ — แบรนด์ที่ขาดทุนสะสมหนักคือความเสี่ยงต่ออะไหล่ในอีก 5-8 ปี
- ถามเรื่องคลังอะไหล่ในไทย ไม่ใช่แค่จำนวนศูนย์บริการ
- เช็คว่าอะไหล่ที่พังบ่อยเป็นของเฉพาะรุ่นหรือของทั่วไป — แบต 12V แบบมาตรฐานคือข้อดี, แบต 12V แบบพิเศษ (เช่น ลิเธียม 12Ah ใน Volvo EX30) คือความเสี่ยงเพิ่ม
- ปริมาณรถที่วิ่งอยู่ในตลาดมีค่า — ยิ่งมีรถเยอะ ยิ่งมีอู่นอกศูนย์และตลาดอะไหล่รองรับ
EV Phuket รับดูแล NETA ทุกรุ่น
แม้บริษัทแม่จะอยู่ในกระบวนการฟื้นฟู เจ้าของ NETA V และ NETA X ในภูเก็ตยังใช้รถต่อได้ปกติ — EV Phuket ให้บริการ:
- เปลี่ยนแบต 12V (AGM 45-60Ah) ฿2,900-3,400 พร้อมติดตั้งถึงที่
- ตรวจสุขภาพแบต 12V วัดแรงดัน / CCA / Load Test ฟรี
- Reset ระบบหลังเปลี่ยนแบต
- จั๊มสตาร์ทฉุกเฉิน (บริการเฉพาะรถยนต์ ไม่รับมอเตอร์ไซค์)
📞 EV Phuket
- โทร: 098-168-9907
- LINE: @evphuket
- บริการ 24 ชั่วโมง
- ส่งช่างถึงที่ 20-30 นาที
← หน้าบริการ NETA | NETA X ดูแลแบต → | กรณี Volvo EX30 → | ราคาเปลี่ยนแบต →
แหล่งข่าว: เอกสารศาลประชาชนชั้นกลางเมืองเจียซิง (13 พ.ค. 2025), กฎหมายล้มละลายวิสาหกิจแห่ง สปจ. (12 มิ.ย. 2025), สภาองค์กรของผู้บริโภค (tcc.or.th), สคบ. (ocpb.go.th), Thai PBS, Thansettakij, สำนักข่าวไทย, CarNewsChina, Yicai Global, Bangkok Post, Rest of World, AutoLife Thailand, DroidSans (พ.ค.-ส.ค. 2025)